ปี 2025 ยังคงเป็นอีกปีที่สลิปปลอมสร้างความเสียหายให้กับประชาชนและธุรกิจจำนวนมาก โดยเฉพาะในยุคที่การชำระเงินผ่านโมบายแบงก์กิ้งเป็นเรื่องปกติ จึงทำให้มิจฉาชีพอาศัยช่องโหว่นี้สร้างหลักฐาน “สลิปโอนเงินปลอม” เพื่อหลอกให้ผู้รับหลงเชื่อว่าได้มีการชำระเงินจริง ทั้งที่ความจริงแล้วไม่มีธุรกรรมเกิดขึ้น
จากข้อมูลล่าสุด พบว่าในปี 2025 เพียงช่วงไตรมาสแรก มีผู้เสียหายจากสลิปปลอมมากกว่า 38,000 ราย และมูลค่าความเสียหายรวมสูงถึง กว่า 3,200 ล้านบาท กลุ่มที่มักตกเป็นเหยื่อได้แก่ ผู้สูงอายุ แม่บ้าน พนักงานออฟฟิศ และเจ้าของธุรกิจรายย่อย ซึ่งเป็นกลุ่มที่พึ่งพาระบบโอนเงินเป็นประจำแต่ไม่มีเครื่องมือสำหรับยืนยันความถูกต้องของสลิป
สถิติจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ประเทศไทย) (https://www.thaipoliceonline.go.th/)
- ยอดผู้เสียหายรวมในปี 2025 (ถึงไตรมาสแรก): มากกว่า 38,000 ราย
- มูลค่าความเสียหายรวม: กว่า 3,200 ล้านบาท
- กลุ่มเป้าหมายหลัก: ผู้สูงอายุ, แม่บ้าน, พนักงานออฟฟิศ และเจ้าของธุรกิจขนาดเล็ก
- รูปแบบที่ใช้บ่อยที่สุด:
- โทรแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ/ศาล
- ปลอมเป็นพนักงานบริษัทขนส่ง อ้างว่าพัสดุต้องสงสัย
- โทรปลอมเป็นญาติ/ลูกหลานขอเงินด่วน (ใช้ AI ปลอมเสียง)
ภาพรวมความเสียหายจากอาชญากรรมออนไลน์
- มูลค่าความเสียหายรวม: ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (ตั้งแต่ปี 2565) ยอดความเสียหายจากการหลอกลวงออนไลน์ที่มีการแจ้งความแล้วรวมอยู่ที่ประมาณ 98,000 ล้านบาท
- แนวโน้มปี 2568: แม้จำนวนเคสโดยรวมอาจลดลงเนื่องจากความตื่นตัวของประชาชน แต่มูลค่าความเสียหายเฉลี่ยต่อเคสกลับมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น
- สถิติจาก CardX (ปี 2567 – มิ.ย. 2568): พบความเสียหายรวมสูงถึง 61.03 ล้านบาท โดยมีความเสียหายเฉลี่ยต่อเคสกว่า 91,500 บาท
- สถิติจากตำรวจไซเบอร์ (เดือน มิ.ย. 2568): มีประชาชนแจ้งความคดีออนไลน์เฉลี่ยวันละ 1,135 เรื่อง
- กลุ่มเป้าหมายหลัก: ผู้สูงอายุ (60 ปีขึ้นไป) ตกเป็นเหยื่อมากที่สุด คิดเป็นกว่า 41% ของคดีทั้งหมด
วิธีป้องกันตนเองจากสลิปปลอม
เพื่อป้องกันความเสียหาย ผู้ประกอบการและประชาชนทั่วไปควรตรวจสอบสลิปโอนเงินอย่างละเอียดทุกครั้ง โดยสามารถใช้เทคโนโลยีเข้าช่วยได้ เช่น:
- ใช้ API ตรวจสอบสลิปโอนเงิน สำหรับธุรกิจ
- สังเกตความผิดปกติของภาพ ความละเอียด หรือตัวอักษรบนสลิป
หากตกเป็นเหยื่อ สามารถแจ้งความออนไลน์ได้ทางเว็บไซต์ thaipoliceonline.go.th หรือโทรสายด่วน 1502 ไปยัง สภาองค์กรของผู้บริโภค


