LINE Messaging API ราคาเท่าไหร่? มีค่าใช้จ่ายอะไรบ้างก่อนเริ่มใช้งาน  

LINE Messaging API ราคาเท่าไหร่? มีค่าใช้จ่ายอะไรบ้างก่อนเริ่มใช้งาน
LINE Messaging API ราคาเท่าไหร่? มีค่าใช้จ่ายอะไรบ้างก่อนเริ่มใช้งาน

สำหรับธุรกิจที่อยากสร้าง LINE Chatbot ระบบตอบกลับอัตโนมัติ หรือเชื่อม LINE OA เข้ากับระบบหลังบ้าน คำถามที่มักเกิดขึ้นคือ LINE Messaging API ราคาเท่าไหร่ และต้องเสียค่า API แยกจาก LINE Official Account หรือไม่?

คำตอบแบบสั้นคือ สามารถเริ่มใช้ Messaging API ได้โดยไม่มีค่าธรรมเนียม API แยกต่างหาก แต่การส่งข้อความจะสัมพันธ์กับแพ็กเกจและโควตาข้อความของ LINE Official Account ขณะเดียวกันธุรกิจอาจมีค่าใช้จ่ายอื่น เช่น ค่าพัฒนาระบบ Server/Cloud และค่าดูแล Chatbot ตามรูปแบบที่เลือกใช้ ดังนั้น ก่อนเริ่มทำ LINE Bot ควรมอง ต้นทุนทั้งระบบ ไม่ใช่ดูเฉพาะคำว่า API ฟรีหรือไม่ บทความนี้จะพาไปดูค่าใช้จ่ายแต่ละส่วน พร้อมวิธีประเมินงบประมาณให้เหมาะกับธุรกิจ

LINE Messaging API ราคาเท่าไหร่
Messaging API ราคาเท่าไหร่ ค่าใช้จ่าย LINE OA และ LINE Chatbot

LINE Messaging API คืออะไร?

LINE Messaging API เป็นเครื่องมือสำหรับเชื่อม LINE Official Account เข้ากับระบบภายนอก ทำให้ Developer สามารถพัฒนาการสื่อสารและโต้ตอบกับผู้ใช้งานผ่าน Chatbot รวมถึงนำ LINE ไปเชื่อมกับระบบของธุรกิจได้ LINE for Business ระบุ Messaging API เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ LINE API สำหรับการสื่อสารและโต้ตอบกับผู้ใช้งานผ่าน Chatbot

 ตัวอย่างเช่น ลูกค้าส่งข้อความเข้ามาทาง LINE ระบบสามารถรับ Event ผ่าน Webhook จากนั้น Backend ประมวลผลข้อมูลและเรียก Messaging API เพื่อส่งข้อความตอบกลับ จึงสามารถนำไปพัฒนาระบบได้หลายรูปแบบ เช่น LINE Chatbot, ระบบแจ้งเตือน, ระบบสมาชิก, CRM, ระบบตรวจสอบสถานะ หรือระบบหลังบ้านของธุรกิจ

LINE Messaging API ราคาเท่าไหร่?

หากถามเฉพาะว่า LINE Messaging API ราคาเท่าไหร่ LINE Developers ระบุว่าสามารถเริ่มต้นใช้งาน Messaging API ได้ฟรี และจำนวนข้อความที่ส่งได้จะขึ้นอยู่กับแพ็กเกจของ LINE Official Account ในประเทศหรือภูมิภาคนั้น ๆ  สำหรับประเทศไทย ณ ข้อมูลที่ตรวจสอบในเดือนกรกฎาคม 2026 LINE Official Account แสดงแพ็กเกจหลักดังนี้ 

  • Free ไม่มีค่าบริการแพ็กเกจ และมี 300 ข้อความต่อเดือน
  • Basic ราคา 1,280 บาทต่อเดือน ได้ 15,000 ข้อความ และข้อความเพิ่มเติมราคา 0.10 บาทต่อข้อความ
  • Pro ราคา 1,780 บาทต่อเดือน ได้ 35,000 ข้อความ และข้อความเพิ่มเติมราคา 0.06 บาทต่อข้อความ

ราคาของ Basic และ Pro ที่ LINE แสดงยัง ไม่รวม VAT 7% ดังนั้น ค่าใช้จ่ายของการทำ LINE Messaging API จึงไม่ได้คิดง่าย ๆ ว่า “เรียก API หนึ่งครั้ง = กี่บาท” แต่ต้องพิจารณาว่าการส่งข้อความประเภทนั้นนับอยู่ในโควตาของ LINE OA หรือไม่ และบัญชีใช้แพ็กเกจอะไร

  • หมายเหตุ: ราคาและเงื่อนไขสามารถเปลี่ยนแปลงได้ ควรตรวจสอบหน้าแพ็กเกจของ LINE ก่อนตัดสินใจใช้งานจริง
ก่อนใช้ LINE Messaging API มีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง?
วางแผนงบประมาณสำหรับ LINE Bot ควรแบ่งต้นทุนออกเป็นหลายส่วน

ก่อนใช้ LINE Messaging API มีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง?

เมื่อวางแผนงบประมาณสำหรับ LINE Bot ควรแบ่งต้นทุนออกเป็นหลายส่วน เพราะค่าบริการ LINE OA เป็นเพียงหนึ่งในนั้น

1. ค่าแพ็กเกจ LINE Official Account

การใช้งาน Messaging API ต้องมี LINE Official Account ก่อน โดยขั้นตอนอย่างเป็นทางการของ LINE คือสร้าง LINE OA แล้วเปิดใช้งาน Messaging API เพื่อสร้าง Messaging API Channel หากเพิ่งเริ่มทดลองระบบและมีข้อความไม่มาก สามารถเริ่มจากแพ็กเกจ Free ได้ แต่หากธุรกิจมีฐานลูกค้าจำนวนมากและต้องส่งข้อความในปริมาณสูง ก็ควรคำนวณจำนวนข้อความเฉลี่ยต่อเดือนก่อนเลือก Basic หรือ Pro

ดูราคา LINE Official Account ล่าสุด

2. ค่าใช้จ่ายจากจำนวนข้อความ

นี่เป็นต้นทุนที่ธุรกิจควรคำนวณให้ละเอียด โดยเฉพาะ LINE OA ที่มีเพื่อนหลักหมื่นหรือหลักแสนคน LINE ระบุว่าจำนวนข้อความที่ส่งฟรีในแต่ละเดือนแตกต่างกันตามแพ็กเกจของ LINE Official Account ดังนั้น ก่อนเลือกแพ็กเกจควรประเมินว่าในแต่ละเดือนธุรกิจต้องส่งข้อความแบบ Push หรือ Broadcast มากน้อยแค่ไหน และควรเผื่อจำนวนข้อความสำหรับช่วงแคมเปญที่มี Traffic สูงกว่าปกติด้วย

3. ค่าพัฒนา LINE Chatbot

แม้ตัว Messaging API จะเริ่มใช้งานฟรี แต่หากต้องการสร้าง LINE Chatbot สำหรับธุรกิจ ก็อาจมีค่าพัฒนาระบบเพิ่มเติม ค่าใช้จ่ายส่วนนี้แตกต่างกันมากตามความซับซ้อน Chatbot ที่ตอบคำถามตามเงื่อนไขง่าย ๆ ย่อมมีต้นทุนต่างจาก Bot ที่ต้องเชื่อม CRM, ERP, E-Commerce, Payment System หรือฐานข้อมูลของบริษัท ยิ่งต้องทำ Business Logic และ Integration มาก ค่าใช้จ่ายในการพัฒนาก็ยิ่งเพิ่มขึ้นตามขอบเขตของระบบ

4. ค่า Server หรือ Cloud

LINE Messaging API ไม่ได้ทำหน้าที่เป็น Backend ทั้งหมดให้ธุรกิจิหากสร้าง Chatbot ที่ต้องประมวลผลข้อมูลผ่าน Webhook ธุรกิจมักต้องมี Server หรือ Cloud สำหรับรับ Request ประมวลผล Logic เชื่อม Database และติดต่อกับระบบอื่นิค่าใช้จ่ายส่วนนี้อาจเริ่มจากระดับต่ำสำหรับระบบขนาดเล็ก และเพิ่มขึ้นตาม Traffic, Storage, Database และทรัพยากรที่ใช้งาน

5. ค่าดูแลและพัฒนาระบบต่อเนื่อง

หลังเปิด LINE Bot แล้ว อาจยังมีค่า Maintenance เช่น แก้ Bug ปรับ Workflow เพิ่มฟีเจอร์ อัปเดต Integration หรือดูแล Server โดยเฉพาะระบบที่เชื่อมกับบริการภายนอกหลายตัว การเปลี่ยนแปลง API หรือ Requirement ของธุรกิจอาจทำให้ต้องพัฒนาระบบเพิ่มเติมในอนาคต ต้นทุนนี้จึงควรถูกนำมาคำนวณตั้งแต่ช่วงวางแผน ไม่ใช่เฉพาะค่าพัฒนาครั้งแรก

LINE Messaging API คิดค่าข้อความอย่างไร?

อีกเรื่องที่มักทำให้เกิดความสับสนคือส่งหนึ่งครั้ง ไม่จำเป็นต้องหมายถึง หนึ่งข้อความที่คิดค่าบริการ ในทุกสถานการณ์ LINE Developers ระบุว่าการคิดจำนวนข้อความขึ้นอยู่กับประเภทของ Messaging API และรูปแบบการส่ง โดยบางประเภทถูกนับในโควตา ขณะที่บางประเภทไม่ถูกนับเหมือนกันทั้งหมด จึงควรตรวจสอบ Documentation ของประเภท Message ที่จะใช้จริง สำหรับธุรกิจ สิ่งสำคัญคือออกแบบ Messaging Strategy ให้เหมาะสม ไม่ส่งข้อความเกินความจำเป็น และเลือกใช้ Broadcast, Push, Reply หรือรูปแบบอื่นตาม Use Case จริง

LINE Messaging API ฟรีไหม?
เริ่มต้นใช้งาน Messaging API ได้ฟรี

LINE Messaging API ฟรีไหม?

เริ่มต้นใช้งาน Messaging API ได้ฟรี ตามข้อมูลจาก LINE Developers แต่ไม่ได้หมายความว่าการสร้าง LINE Chatbot สำหรับธุรกิจจะไม่มีค่าใช้จ่ายทั้งหมด ตัวอย่างต้นทุนที่อาจเกิดขึ้นคือ ค่า LINE OA ตามแพ็กเกจ ค่า Server ค่าพัฒนาระบบ และค่าดูแลระบบ ดังนั้น หากเห็นบริการระบุว่า LINE API ฟรี ควรแยกให้ออกระหว่าง ค่าบริการของ API จาก LINE กับ ต้นทุนในการสร้างและดูแลระบบที่ใช้ API

LINE Messaging API เหมาะกับธุรกิจแบบไหน?

Messaging API เหมาะกับธุรกิจที่ต้องการทำมากกว่าการตอบแชทลูกค้าด้วยแอดมิน เช่น ร้านค้าออนไลน์ที่ต้องการตอบข้อมูลอัตโนมัติ ธุรกิจที่มีลูกค้าจำนวนมาก ระบบ Customer Service หรือบริษัทที่ต้องการเชื่อม LINE เข้ากับระบบหลังบ้าน

ตัวอย่าง Workflow อาจเป็น: 

  • ลูกค้าส่งข้อความ → LINE Bot รับ Event → Backend ประมวลผล → เชื่อม API ภายนอก → ส่งผลกลับผ่าน LINE

แทนที่แอดมินจะต้องเปิดข้อมูลจากหลายระบบ Bot สามารถทำงานบางส่วนให้โดยอัตโนมัติ ช่วยให้ LINE OA กลายเป็นหนึ่งใน Interface สำหรับใช้งานบริการของธุรกิจได้

ทำ LINE Bot เอง หรือใช้บริการสำเร็จรูป แบบไหนคุ้มกว่า?

คำตอบขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของธุรกิจ หากมีทีม Developer และต้องการระบบเฉพาะทาง การพัฒนาด้วย LINE Messaging API เองจะให้ความยืดหยุ่นสูง สามารถกำหนด Business Logic และเชื่อมต่อระบบภายในได้ตามต้องการ แต่หากต้องการใช้งานฟังก์ชันเฉพาะโดยไม่อยากพัฒนาระบบตั้งแต่ต้น การเลือกบริการ Bot สำเร็จรูปอาจลดทั้งเวลาและต้นทุนในการพัฒนา ดังนั้น ก่อนเลือกควรถามว่า ธุรกิจต้องการสร้างระบบเอง หรือเพียงต้องการผลลัพธ์จากระบบ

Thunder API และ Thunder Bot ทางเลือกสำหรับธุรกิจที่ต้องการระบบตรวจสอบสลิป

หาก Use Case ของธุรกิจคือการนำ LINE มาใช้ในขั้นตอน ตรวจสอบสลิปโอนเงิน ไม่จำเป็นต้องเริ่มพัฒนาทุกอย่างใหม่ตั้งแต่ศูนย์ เพราะสามารถเลือกใช้บริการจาก Thunder Solution ตามรูปแบบระบบของธุรกิจได้

Thunder API และ Thunder Bot ทางเลือกสำหรับธุรกิจที่ต้องการระบบตรวจสอบสลิป
สามารถเลือกใช้บริการจาก Thunder Solution ตามรูปแบบระบบของธุรกิจได้

Thunder API 

เหมาะสำหรับธุรกิจที่มีเว็บไซต์ แอป ระบบ Order Management หรือ Backend ของตัวเอง และต้องการเชื่อมระบบตรวจสอบสลิปเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของ Workflow ผ่าน API

ตัวอย่างเช่น

  • ลูกค้าชำระเงิน → ส่งสลิป → ระบบเรียก Thunder API → ตรวจสอบข้อมูล → ส่งผลกลับ → ระบบดำเนินการกับ Order ต่อ

ช่วยให้ธุรกิจนำการตรวจสอบสลิปเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของ Automation ได้ โดยไม่ต้องให้แอดมินเปิดตรวจทีละรายการ

Thunder Bot 

เหมาะกับธุรกิจที่ต้องการใช้งานระบบตรวจสอบสลิปผ่าน LINE โดยเน้นความสะดวกและไม่ต้องพัฒนาการเชื่อม API เองทั้งหมด 

หากมีทีม Developer และระบบหลังบ้านอยู่แล้ว สามารถพิจารณา Thunder API แต่หากต้องการเริ่มต้นใช้งานผ่าน LINE ได้สะดวก Thunder Bot ก็เป็นอีกทางเลือกที่ช่วยลดขั้นตอนในการเริ่มระบบ

สรุป LINE Messaging API ราคาเท่าไหร่?

หากถามว่า LINE Messaging API ราคาเท่าไหร่ คำตอบคือ LINE เปิดให้เริ่มใช้งาน Messaging API ได้ฟรี แต่จำนวนข้อความที่ส่งจะสัมพันธ์กับแพ็กเกจ LINE Official Account โดยในประเทศไทย ณ กรกฎาคม 2026 มีแพ็กเกจ Free 300 ข้อความ/เดือน, Basic 1,280 บาท/เดือนสำหรับ 15,000 ข้อความ และ Pro 1,780 บาท/เดือนสำหรับ 35,000 ข้อความ โดยราคาที่ระบุยังไม่รวม VAT 7%

อย่างไรก็ตาม ต้นทุนจริงของ LINE Bot ยังอาจประกอบด้วย ค่าพัฒนาระบบ ค่า Server/Cloud ค่า Integration และค่า Maintenance ก่อนเริ่มจึงควรประเมินทั้งจำนวนผู้ใช้ จำนวนข้อความ และความซับซ้อนของ Workflow เพื่อดูว่า พัฒนา LINE Messaging API เอง หรือเลือกใช้บริการ Bot/API สำเร็จรูป แบบไหนเหมาะกับธุรกิจมากกว่า

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

LINE Messaging API เสียเงินไหม?

  • สามารถเริ่มใช้งาน Messaging API ได้ฟรี แต่การส่งข้อความสัมพันธ์กับแพ็กเกจและโควตาของ LINE Official Account และอาจมีต้นทุนด้าน Server หรือการพัฒนาระบบเพิ่มเติม

Messaging API ต้องมี LINE OA ไหม?

  • ต้องมี โดย LINE Developers ระบุว่าการเริ่มต้น Messaging API ต้องสร้าง LINE Official Account ก่อน แล้วจึงเปิดใช้งาน Messaging API สำหรับบัญชีนั้น

LINE OA ฟรีส่งได้กี่ข้อความ?

  • ข้อมูลปัจจุบันจาก LINE for Business ประเทศไทยระบุว่าแพ็กเกจ Free มี 300 ข้อความต่อเดือน

Messaging API ใช้สร้าง Chatbot ได้ไหม?

  • ได้ Messaging API สามารถใช้พัฒนา Chatbot เพื่อสื่อสารและโต้ตอบกับผู้ใช้ รวมถึงเชื่อม LINE OA กับระบบภายนอกได้

หากธุรกิจต้องการใช้ LINE เพื่อจัดการขั้นตอนตรวจสอบสลิป แต่ไม่อยากเริ่มพัฒนาระบบทั้งหมดเอง สามารถเลือก Thunder Bot สำหรับการใช้งานผ่าน LINE หรือเชื่อม Thunder API เข้ากับเว็บไซต์ แอป และระบบหลังบ้าน เพื่อเพิ่มระบบตรวจสอบสลิปให้ทำงานร่วมกับ Workflow ของธุรกิจได้อัตโนมัติมากขึ้น

กว่า 3,000 ธุรกิจ

ที่ใช้บริการตรวจสลิปโอนเงินอัตโนมัติของ Thunder Solution

หมดปัญหาการโกง จะขายเยอะขนาดไหนก็ไม่หวั่น

หมดปัญหาสลิปปลอม สลิปซ้ำ จะกี่สาขา กี่ออเดอร์ก็ชัวร์ แค่ถ่าย ส่ง ก็ตรวจเสร็จ

สนใจบริการของ Thunder Solution กรุณาติดต่อเราเพื่อขอใบเสนอราคา

กรอกแบบฟอร์มติดต่อเรา

กรอกข้อมูลเสร็จแล้ว ทีมงานจะติดต่อกลับภายใน 1 วันทำการ หรืออีเมลหาเราได้ที่ [email protected]

เช็กสลิปโอนเงินผ่าน LINE Chatbot

ตรวจสลิปโอนเงินด้วย Slip Verification API

อีเมลหาเราได้ที่ [email protected]

เช็กสลิปโอนเงินผ่าน LINE Chatbot

ตรวจสลิปโอนเงินด้วย Slip Verification API

อีเมลหาเราได้ที่ [email protected]